บริการซ่อมบำรุงอาคาร: ปั๊มน้ำรั่ว มีน้ำซึม เสียงจี๊ดๆ ปัญหากวนใจ แก้ได้ไม่ยาก ปัญหาสุดกวนใจของบ้านที่ใช้ปั๊มน้ำ คงหนีไม่พ้น ปั๊มน้ำรั่ว ที่มีน้ำรั่วซึมออกมาตลอดเวลา นอกจากจะสร้างความรำคาญใจแล้ว ยังทำให้มีปัญหาตามมาอีกมากมาย โดยเฉพาะปั๊มน้ำติด ๆ ดับ ๆ ตัดเองบ่อยครั้ง ทั้งนี้ อาการปั๊มน้ำรั่ว ของแต่ละบ้านก็จะแตกต่างกันออกไป บางบ้านก็มีแค่น้ำหยด บางบ้านก็มีน้ำพุ่งจนน้ำท่วมขัง หรือบางครั้ง ปั๊มน้ำมีเสียงดัง เพราะฉะนั้น วันนี้จะพาคุณไปไขคำตอบ พร้อมวิธีรับกับปัญหาปั๊มน้ำรั่วซึมแบบง่าย ๆ

เมื่อปั๊มน้ำเกิดปัญหา มีน้ำรั่วซึม ทั้งยังมีเสียงจี๊ด ๆ ตลอดเวลา คงไม่ใช่แค่สร้างความรำคาญใจเท่านั้น แต่ยังพ่วงมาด้วยปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย มาไขคำตอบพร้อมรับมือไปพร้อมกัน

ปั๊มน้ำรั่ว มีสาเหตุจากอะไร?

สำหรับต้นตอที่ทำให้ปั๊มน้ำมีปัญหา มีน้ำรั่วซึม รวมไปถึง ปั๊มน้ำมีเสียงดัง มีสาเหตุมาจากการเกิดสนิมภายในถัง ซึ่งในถังเหล็กจะมีรอยเชื่อมอยู่ เพราะฉะนั้น เมื่อใช้ไปนาน ๆ ก็จะเกิดสนิมและการกัดกร่อนได้ ทำให้เหล็กเริ่มบางลงตามระยะเวลาที่ใช้งาน และเมื่อถึงจุดหนึ่งแล้ว ประสิทธิภาพของการรับแรงดันภายในก็ลดลง จนนำมาสู่การรั่วซึมบริเวณใต้ปั๊มน้ำ

3 สัญญาณ อาการยอดฮิตเมื่อ ปั๊มน้ำรั่ว
อาการปั๊มน้ำรั่ว มีอะไรบ้าง กับ 3 สัญญาณยอดฮิต ที่พบได้บ่อยเมื่อปั๊มน้ำมีปัญหา

1. ปั๊มน้ำมีเสียงดัง
ปัญหาที่พบได้บ่อยมาก ๆ ของปั๊มน้ำ นั่นก็คือ อาการเสียงดังกว่าปกติ สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่จะพบกับปั๊มน้ำที่ใช้มาแล้วหลายปี ที่มีการกัดกร่อนเกิดขึ้น แต่หากเป็นปั๊มน้ำที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ๆ แล้วมีเสียงดัง และดังอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีคราบน้ำหรือน้ำรั่วออกมา แสดงว่าไม่ได้มีปัญหาการรั่วซึม แต่อาจเกิดจากการที่มีวัสดุแปลกปลอมเข้าไปติดในใบพัด ไม่ว่าจะเป็น กรวด หิน หรือเศษใบไม้ เพราะฉะนั้น ให้เปิดฝาครอบใบพัดแล้วทำความสะอาด พร้อม ๆ กับเอาวัสดุแปลกปลอมที่พบออกให้เรียบร้อย

2. ปั๊มน้ำเริ่มมีน้ำรั่วซึม หรือน้ำหยดออกมา
ในกรณีที่มีน้ำรั่วออกมาอย่างชัดเจน ก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกอยู่แล้วว่าปั๊มน้ำกำลังรั่ว โดยส่วนมากแล้วมักจะมีสาเหตุมาจากแมคคานิคอลซีลที่อยู่ภายในตัวปั๊มเสื่อมสภาพ ทั้งจากอายุการใช้งาน และการทำงานอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน ที่สำคัญคือ หากตัวแมคคานิคอลซีลโดนแสงหรือโดนฝน ก็จะทำให้เกิดการยืดหดบ่อยครั้ง จนนำมาสู่การฉีกขาด และเกิดการรั่วซึมได้

สำหรับจุดที่เกิดการรั่วซึมของน้ำ ให้ลองเช็กตามจุดต่าง ๆ ของปั๊มน้ำ ไม่ว่าจะเป็น ฝาเติมน้ำ ฝาเช็ควาล์ว เรือนปั๊มน้ำ น็อตที่ใช้ยึดตัวปั๊ม บริเวณทางน้ำเข้า-ออก และฝาครอบใบพัด

3. ปั๊มน้ำหยุดทำงาน หรือทำงานเองเป็นระยะ
อีกหนึ่งอาการที่เกิดขึ้นบ่อย เมื่อปั๊มน้ำมีปัญหาและเกิดการรั่วซึม นั่นก็คือ ปั๊มน้ำทำงานเองเป็นระยะ หรือหยุดทำงานในเวลาที่เปิดน้ำ ทำให้ ปั๊มน้ำมีเสียงดัง เป็นช่วง ๆ โดยอาการดังกล่าวนี้ มีสาเหตุมาจากการรั่วซึมจากอุปกรณ์ภายใน ไม่ว่าจะเป็น ซีลต่าง ๆ เสื่อมสภาพ ถังแรงดันผุ รอยรั่วตามข้อต่อ

นอกจากนี้ หากเป็นปั๊มที่ติดตั้งปกติ ให้ไล่ดูว่าท่อน้ำดีจุดต่าง ๆ มีบริเวณไหนบ้างที่รั่วซึม หรือหากเป็นท่อที่ฝังไว้ในผนัง ให้ดูว่าผนังบ้านบริเวณไหนมีรอยซึมของน้ำหรือมีสีบวมปูดหรือไม่ หากมีแสดงว่าปั๊มน้ำรั่วและอีกหนึ่งกรณีก็คือ อาจเกิดการรั่วซึมที่บริเวณท่อได้เช่นกัน

วิธีสังเกตง่าย ๆ จะรู้ได้อย่างไรว่าปั๊มน้ำมีปัญหา

● บริเวณถังแรงดัน จะมีรอยคราบน้ำหรือสีสนิม บางกรณีอาจจะยังไม่มีน้ำหยดลงมาให้เห็น
● บริเวณใต้ถังน้ำ จะมีน้ำซึมหรือหยดลงมา ทำให้พื้นรอบ ๆ เปียก
● ในกรณีที่ไม่ได้ใช้น้ำ แต่ตัวปั๊มน้ำติดแล้วหยุดไป เมื่อเช็กแล้วท่อหรือก๊อกไม่มีการรั่วซึม
วิธีแก้ไขและรับมือในเบื้องต้น

เมื่อรู้แล้วว่าปั๊มน้ำมีปัญหา และพบว่ามี อาการปั๊มน้ำรั่ว อย่างชัดเจน เบื้องต้นให้ทำการแก้ไขในขั้นต้นก่อนซ่อมปั๊มน้ำ คือ

● ถอดปลั๊กออกให้เรียบร้อย ป้องกันปั๊มน้ำทำงาน จนทำให้ตัวปั๊มมีความร้อนสะสม ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของไฟฟ้าลัดวงจรได้
● สลับวาล์วระบบน้ำ (ในกรณีไม่ได้ใส่เช็ควาล์ว) เพื่อให้น้ำเป็นแบบ By Pass แทน โดยจะให้น้ำไหลเข้าไปยังระบบท่อโดยไม่ต้องผ่านปั๊มน้ำ ซึ่งอาจจะทำให้น้ำไหลไม่แรงเทียบเท่ากับการใช้ปั๊มน้ำ แต่ก็จะช่วยให้รับมือในช่วงแรกไปได้ก่อน
● หากเป็นบ้านที่ติดตั้งด้วยเช็ควาล์ว ไม่ต้องทำการสลับวาล์ว แต่ให้ถอดปลั๊กออกเพื่อตัดการใช้งาน ซึ่งหลังจากนั้นน้ำก็จะไหลไปตามเช็ควาล์วได้เอง

วิธีซ่อม ปั๊มน้ำรั่ว ฉบับมือใหม่หัดซ่อม

ในกรณีการรั่วซึมของปั๊มน้ำ หากเป็นกรณีที่เกิดการกัดกร่อน ถังเหล็กรั่วและมีความบางลงเรื่อย ๆ หลาย ๆ คน อาจจะเลือกวิธีการเชื่อมถังใหม่ ซึ่งไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน เพราะไม่นานก็จะกลับมารั่วใหม่อีกครั้ง หากเป็นกรณีนี้ แนะนำว่าให้เปลี่ยนถังสแตนเลสแทน เพื่อทำให้อายุการใช้งานเพิ่มมากขึ้น

สำหรับการซ่อมปั๊มน้ำ วันนี้ จะเป็นการแก้ไขจากตัวประเก็นยางเท่านั้น เพราะสามารถซ่อมได้อย่างปลอดภัย และใช้งานต่อได้เลย ไม่มีปัญหาอื่น ๆ ตามมา

1. ถอดปลั๊กออกให้เรียบร้อย
ก่อนดำเนินการซ่อมหรือแก้ไขปั๊มน้ำ เบื้องต้นให้ทำการถอดปลั๊กของปั๊มน้ำออกก่อน เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

2. ถอดสกรูออกให้เรียบร้อย
เมื่อถอดปลั๊กแล้ว ให้ทำการหมุนสกรูบริเวณฝาออก ให้ค่อย ๆ หมุนวนไปทีละตัว พร้อม ๆ กับเอามือกดฝาไปด้วย อย่าหมุนเร็วหรือรีบเกินไป เพราะในบริเวณนี้จะมีสปริงดันฝาเอาไว้ หากไม่ระวังอาจทำให้สกรูกระเด็นหายได้

3. เปลี่ยนประเก็นใหม่
หลังจากถอดสกรูออกแล้ว ให้ทำการเอาประเก็นตัวเก่าออกให้เรียบร้อย เมื่อนำออกก็ให้นำประเก็นตัวใหม่ใส่เข้าไปได้ทันที หลังจากนั้นให้ปิดฝาครอบเข้าไปตามเดิม

4. เสียบปลั๊กกลับเข้าไป
เมื่อนำฝาครอบใส่กลับไปเรียบร้อยแล้ว ให้ลองดูว่ายังมี อาการปั๊มน้ำรั่ว หลงเหลืออยู่หรือไม่ หากน้ำไม่รั่วซึมแล้วก็ถือว่าเป็นอันเสร็จสิ้น แต่หากพบว่ายังรั่วซึมอยู่เหมือนเดิม ให้ตรวจเช็กส่วนฝาว่ามีการชำรุดตรงไหนหรือไม่ เช่น การโก่งงอ ที่ทำให้ปิดไม่สนิทนจนทำให้น้ำรั่วได้ ในกรณีนี้ จะต้องทำการเปลี่ยนฝาเท่านั้น

5. หากน้ำไม่ขึ้น ให้ทำการไล่อากาศก่อน
เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นและตรวจสอบแล้วว่าน้ำไม่มีการรั่วซึม แต่น้ำยังไม่ถูกดันขึ้นมา แสดงว่ามีอากาศอยู่ภายใน ให้ทำการไล่อากาศที่อยู่ในปั๊มออกให้หมด โดยวิธีการไล่ลมในปั๊มน้ำ คือ

● ถอดปลั๊กของปั๊มน้ำออกให้เรียบร้อย
● ยกฝาครอบออก
● เปิดฝาหม้อน้ำ โดยให้นำแกนเหล็กของไขควงสอดเข้าไปในร่อง แล้วใช้มืออีกข้างกดฝาเอาไว้
● ในขณะที่หมุนจะสังเกตว่ามีเสียงลม ให้ค่อย ๆ หมุนออกแล้วกดฝาไปด้วย
● เมื่อเปิดฝาออกเรียบร้อย ให้เอาน้ำประปาเทใส่เข้า จนกว่าจะเห็นว่าน้ำล้นออกมา เพื่อให้น้ำเข้าไปอยู่แทนที่อากาศ
● เมื่อน้ำเต็มแล้วให้ทำการปิดฝาครอบเข้าไปตามเดิม
● เสียบปลั๊กและดูว่าปั๊มน้ำทำงานปกติแล้วหรือไม่