ตรวจสุขภาพ เจาะเลือด “ตรวจภูมิแพ้”

ตรวจสุขภาพ เจาะเลือด “ตรวจภูมิแพ้” เพื่อการรักษาที่ตรงจุด ภูมิแพ้ เรียกว่าเป็นโรคที่พบมากเป็นอันดับต้นๆ ทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยผู้ที่มีอาการแพ้จะมีสัญญาณเตือน เช่น เป็นหวัดบ่อย หรือเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ เป็นเวลานาน มีผื่นคัน แดงตามผิวหนัง คันรอบดวงตา เป็นต้น หรือในบางรายที่มีอาการแพ้รุนแรง อาจมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออกหลังจากได้รับสารก่อภูมิแพ้ ส่วนอาการแพ้ต่อสารที่พบมากในปัจจุบัน ได้แก่ ภูมิแพ้อากาศ ภูมิแพ้ผิวหนัง ภูมิแพ้อาหาร และภูมิแพ้แมลงสัตว์กัดต่อย ซึ่งหากเราทราบสาเหตุว่ามีความเสี่ยงต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดใด ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งที่ก่ออาการแพ้ได้อย่างถูกต้อง

แยกความแตกต่าง ทดสอบภูมิแพ้ด้วยการเจาะเลือด (Blood Test Allergy)

Blood Test Allergy คือ การทดสอบภูมิแพ้ด้วยการเจาะเลือด โดยเจาะเลือดหาภูมิต้านทาน (IgE) ต่อสารภูมิแพ้ เช่น อาหาร นม ไข่ ถั่วเหลือง เพื่อทำการหลีกเลี่ยง หรือลดปริมาณการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นตัวกระตุ้น วิธีนี้จะต้องนำเลือดไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งโดยทั่วไปอาจจะใช้เวลาในการรอผลเลือดประมาณ 7 วัน โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องงดทานยาแก้แพ้ก่อนเจาะเลือด และการเจาะเลือด 1 ครั้ง สามารถหาสารก่อภูมิแพ้ได้หลายชนิด และมีความจำเพาะแม่นยำสูง

Blood Test Allergy เหมาะกับใคร?

การทดสอบวิธีนี้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาโรคภูมิแพ้ วิธีการนี้สามารถทำได้ในผู้ป่วยทุกรายโดยไม่มีข้อจำกัดซึ่งเป็นที่นิยมในต่างประเทศ เหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรคผิวหนังหรือมีปฏิกิริยาทางผิวหนังง่ายผิดปกติ เด็กเล็กและผู้มีโอกาสเกิดปฏิกิริยารุนแรงจากสารก่อภูมิแพ้ เป็นวิธีที่สะดวก ปลอดภัย และรวดเร็ว เมื่อเปรียบเทียบกับการตรวจโดยวิธีการสะกิดผิวหนัง (Skin Test Allergy) และสามารถนำข้อมูลนี้มาใช้เตรียมวัคซีนภูมิแพ้ ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำในการเลือกวิธีการทดสอบภูมิแพ้ที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล

หลังการตรวจวินิจฉัย ก็พร้อมลงมือรักษาได้ทันที

ที่โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ไม่เพียงแค่ตรวจและรักษาโรคภูมิแพ้ด้านต่างๆ เท่านั้น เรามีทีมแพทย์และพยาบาลที่พร้อมจะส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้รับความรู้ และเข้าใจถึงวิธีการรักษาตั้งแต่ครั้งแรกที่มาพบแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยทุกรายเรียนรู้ และทำตามคำแนะนำของทีมแพทย์ ซึ่งมีหลากหลายวิธี เช่น การฉีดวัคซีนภูมิแพ้ การล้างจมูก รวมทั้งการรักษาโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องชนิดปฐมภูมิ เพื่อผลลัพธ์ทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพที่สุด

Categories: News

Tags: